งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติพึ่งจบไป หลายคนอาจได้หนังสือติดไม้ติดมือมาไม่มากก็น้อย  ใครไปงานหนังสือก็ต้องเห็นว่าคนเยอะขึ้นทุกๆปี ยิ่งถ้าคุณไปวันเสาร์อาทิตย์ด้วยแล้ว จะได้พบเห็นปรากฎการณ์ฝูงชนแห่กันเข้ามาแต่คนออกนั้นนับจำนวนได้ คนเดินงานหนังสือจึงเตรียมใจได้เลยว่าต้องเดินแบบค่อยเป็นค่อยไป บางทีเดินแถวเดียวเท่านั้น ระยะทางประมาณ50 ก้าว แต่เวลาที่ใช้เกือบสิบนาที ทั้งที่ถ้าเดินปกติอาจใช้แค่สามสิบวินาทีเท่านั้น

                แล้วคำพูดที่ว่าเด็กไทยอ่านหนังสือนับ บรรทัดได้นี่เราจะเชื่อถือได้แค่ไหน ใครเป็นคนพูดแล้วไปทำวิจัยกันออกมาตั้งแต่สมัยไหน ถ้านับหนังสือเรียนที่เด็กจะต้องอ่านแล้ว ผมก็เห็นว่าปีหนึ่งๆเด็กไทยอ่านหนังสือกันปีละเกือบยี่สิบเล่มเป็นอย่างต่ำ ประเด็นของเด็กไทยในตอนนี้คงไม่ได้อยู่ที่ว่าเด็กไทยอ่านหนังสือกี่บรรทัด เพราะคำว่ากี่บรรทัดนี่มันเหมือนคำเปรียบเปรยที่ไร้ที่มาที่ไป เราควรจะหันมาสนใจว่าเด็กไทยตอนนี้กำลังบริโภคอะไรเข้าไปในหัวสมองของเขาและเธอต่างหาก

            ใครเดินงานหนังสือมามากก็จะเห็นว่าหนังสือนั้นมันมีกระแสของมันอยู่อย่างในปีนี้ ก็จะเห็นหนังสือธรรมะอ่านง่ายๆออกมาวางขายกันทั่วไป หรือหนังสืออย่าง แสกนกรรม ซึ่งเป็นหนังสือกระแสคนซื้อไปกี่คนที่จะอ่านจบแล้วพออ่านจบแล้ว จะได้อะไรหรือไม่ เป็นปัญหาที่เราควรคิดก่อนซื้อหนังสือ หรือกระทั่งควรคิดก่อนการจัดพิมพ์เสียด้วยซ้ำ

                สำนักพิมพ์อีกสำนักพิมพ์หนึ่งที่ขายดีอย่างกับแจกฟรีคือสำนักพิมพ์แจ่มใส ในปีนี้เราจะเห็นสำนักพิมพ์นี้ได้ย้ายออกไปอยู่ด้านนอก แพรนนารี่ฮอล์ ซึ่งลดความคับคั่งของผู้คนภายในได้อย่างมาก แถวที่ต่อกันรอซื้อนิยายรักมันสะท้อนภาพอะไรบางอย่าง ว่าเด็กไทยอ่านแบบนี้อ่านงานประเภทนี้ ซึ่งมันตอบสนองความเป็นวรรณกรรมแค่ไหน ลองไปซื้อนิยายของแจ่มใสมาสักเล่มแล้วลองวิจารณ์ด้วยตัวเอง

                เด็กไทยไม่อ่านหนังสือจริงหรือจากสายตาคนที่ไปเดินงานคงตอบได้เลยว่าไม่จริง เด็กไทยอ่านหนังสือแต่หนังสือที่เด็กไทยอ่านคือหนังสือประเภทไหน และถ้าเกิดเด็กไทยยังอ่านหนังสืออย่างนี้ต่อไปในสมองของเด็กไทยจะมีอะไรเพื่อไปพัฒนาชาติบ้านเมืองในอนาคต มีคำกล่าวว่าเด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า  คำถามคือเด็กไทยวันนี้กำลังอ่านอะไรอยู่

edit @ 7 Apr 2009 16:18:24 by ที่ใดมีธรรมที่นั่นมีชัย

สีแสง มุมมอง ความคิด

posted on 26 Nov 2008 23:28 by peeppr

 การหลับตาของมนุษย์บอกอะไรหลายอย่างกับเราโดยไม่รู้ตัว

 เราลืมตาเห็นแสงสว่างเห็นภาพต่างๆบนโลกที่สวยงาม

แต่เมื่อเราหลับตาเราเห็นความมืดมิด

โลกไร้สีแสงหากแต่โลกที่ไร้สีแสง

กลับทำให้เรารู้ว่าโลกที่มีสีแสงนั้นสวยงามเพียงไร

 

         ตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบเรื่องเรื่องทำมาได้เร้าใจ  ภาพสวยงามดูแล้วได้แง่คิด  เริ่มเรื่องด้วยพระเอกถูกคำสาปจากเทพหมูที่กลายร่างเป็นปิศาจเข้ามาโจมตีหมู่บ้านทำให้พระเอกต้องลงมือฆ่าเทพหมู  ตัวเอกจึงต้องเดินทางไปค้นหาวิธีแก้คำสาปของตน

        การ์ตูนของจิบลิมีใช้การเปิดเรื่องแบบนี้บ่อยมากคือตัวเอกจะต้องมีปัญหาและต้องออกไปแก้ปมปัญหานั้น  ตัวเอกในเรื่องจึงไม่ใช่คนที่ดีพร้อมไปเสียทุกอย่าง ทำให้เราลุ้นว่าเมื่อไหร่ตัวเอกจะขจัดปมปัญหานั้นไปได้ ผูกปมง่ายแต่สนุกครับ

        เมื่อตัวเอกออกเดินทางหาวิธีแก้คำสาป  เขาก็ได้พบเหตุการณ์ต่างๆมากมาย เขาเจอเจ้าเมืองโลหะนครที่สร้างอาวุธปืนทำร้ายเทพ ซึ่งขณะนั้กำลังทำสงครามกับเทพโมโร(หมาป่า) เจอพระที่ได้รับคำสั่งจากองค์จักรพรรดิให้มาล่าศีรษะของเทพผู้สร้างผืนป่า(เทพชิชิ)

        ในเรื่องมีความขัดแย้งมากมาย ระหว่างคนกับเทพ คนกับคน หรือแม้แต่เทพกับเทพ อนิเมขั่นเรื่องนี้ใส่ปมปัญหาซ้อนทับลงไปมากมาย

      คนทำลายผืนป่าทำให้เทพโกรธ  คนจึงคิดอาวุธมาสู้กับเทพเพื่อจะทำลายธรรมชาติและสูบทรัพยากรจากผืนดิน แม้แต่การคิดฆ่าเทพชิชิที่เป็นเทพผู้สร้างแห่งป่าเพื่อจะได้รับชีวิตอมตะ

      แต่เมื่อคนทำลายธรรมชาติจุดหนึ่ง จนถึงคิดขนาดฆ่าเทพชิชิช ธรรมชาติก็กลับมาทำลายลายล้างมนุษย์เองอนิเมชั่นเรื่องนี้ ต้องการพูดถึงแม้ทุกชีวิตจะแตกต่างกันก็สามารถอยู่ร่วมกันได้

       ดูจบแล้วได้อะไรคิดอะไรมาก  แง่คิดที่ว่ามนุษย์เราทำลายธรรมชาติอย่างบ้าคลั่งแล้วสักวันหนึ่งธรรมชาตินั้นจะกลับมาทำลายเรา อาจจะไม่เห็นผลที่ชัดเจนในยุคนี้แต่อีกไม่ช้าถ้ามนุษย์ยังไม่หาจุดร่วมที่จะอยู่กับธรรมชาติ เราก็คงกำลังทำลายตัวเองไปพร้อมกับธรรมชาติที่เราทำลาย

     

 

edit @ 30 Jul 2008 20:11:27 by ที่ใดมีธรรมที่นั่นมีชัย